วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561

บทที่ 31: การเปลี่ยนแปลงของโม่บ่อกี้




หากชอบก็ฝากบอกต่อเพื่อนๆให้มาอ่านเป็นกำลังใจให้ผู้แปลทั้งสองคนด้วยครับ


นี้กลุ่มเฟสครับถึงตอนไวกว่าประมาณ สาม ตอนครับ


ชวนเพื่อนๆมาเข้ากันเยอะๆนะครับจะมีโปรโมชั่นให้อ่านรัวๆกันไปเลย

โปรตอนนี้ คือ หากมียอดเข้ากลุ่มถึง 200 คนภายในวันนั้น จะ อัพเพิ่ม สองตอน ไม่รวมลงประจำวัน เป็น สามตอนครับ เดียวจะมีโปรโม่ชั่นดีๆ แบบนี้ให้ได้อ่านกันเรื่อยๆครับ  


https://www.facebook.com/groups/1941675866154289/



บทที่ 31: การเปลี่ยนแปลงของโม่บ่อกี้
ไก่ในตำนาน และ แมวอ้วน แปล

"เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่เเล้ว ..รึ" เฉาเฮ้า คว้าดาบที่อยู่บนเอวของเขา

"ท่านอ๋องน้อย ได้โปรดอย่ามีโทสะจนเกินไป มิฉะนั้นอาจจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากได้" หยางหยูซ่งรีบเข้ามาขวาง เฉาเฮ้า


ในบรรดาเพื่อนร่วมกลุ่มทั้ง 4 คนจากรัฐเฉิงตู หยางหยูซ่ง เป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ดี เพราะเขายิ้มเเย้มอยู่เสมอและเขาก็ไม่ออกอาการแม้กระทั่งกับยามเฝ้าตะกูลเช่น โม่บ่อกี้

หลานชายของ เฟิงเฉิง,  จื่อฉางเหอ เข้ามาแนะนำ เฉาเฮ้า ว่าที่นี่เป็นสถานที่ที่บรรดาอัจฉริยะของ จักรวรรดิ์ชิงฮั่น รวมตัวกันในการเดินทางไปยัง ฉางลู่ หากทำให้เกิดความวุ่นวายที่นี่อาจจะโดนลงโทษได้ การลงโทษที่ขนานเบาจะเป็นการถูกตัดสิทธิและถูกบังคับส่งกลับตะกูล ในทางกลับกันอาจโดนลงโทษขนานหนักจะถูกสังหารอย่างไร้ปราณีไม่ว่าเป็นผู้ใดจะเป็นเจ้าชายหรืออัจฉริยะจาก รัฐเฉิงตู มันไม่มีค่าอะไรในจักรวรรดิ ชิงฮั่น อันยิ่งใหญ่

เฉาเฮ้า แค่นเสียงออกทางจมูก จ้องมองด้วยสายตาเกรี้ยวกราดไปที่ โม่บ่อกี้ จากนั้นเขาก็หันกลับไป และเดินไปที่โรงเตี้ยม เฉาเฮ้า รู้ดีว่าตนเองไม่สามารถก่อเรื่องได้ในที่นี้
"โม่บ่อกี้ ถึงเจ้าจะอยากช่วยคุณหนูไม่ได้หมายความว่า เจ้าจะทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้ได้  หากเจ้ายังมุทะลุเช่นนี้อีกเราจะส่งเจ้ากลับไปที่ รัฐเฉิงตู" เช่าหลานกล่าวขึ้นเพราะไม่พอใจกับการกระทำของโม่บ่อกี้


ฮั่นหนิง ก็แสดงสีหน้าไม่พอใจเช่นกัน แม้ว่านางจะไม่ได้พูดอะไรก็ตาม  เเต่ยังเห็นได้ชัดว่านางเห็นด้วยกับคำพูดของเช่าหลาน

โม่บ่อกี้ ยิ้มและไม่สนใจเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเขาให้หญ้าอัคคีสองใบกับ ฮั่นหนิง  นางก็รู้สึกขอบคุณเขาอยู่บ้าง เเต่อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปความรู้สึกของนางก็ลดลง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม โม่บ่อกี้  ไม่อยากเป็นสหายกับผู้คนจากตะกูลใหญ่ พวกเขาอยู่ในตำแหน่งสูง มักมองข้ามชนชั้นอื่นๆในโลกไป เป็นเหตุผลให้พวกเขาทำตัวเย่อหยิ่งและไม่ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเท่าเทียมกัน

พวกเขาจะทักทายเจ้าด้วยรอยยิ้มถ้าเจ้าให้ผลประโยชน์ เมื่อผลประโยชน์หายไปรอยยิ้มนั้นก็จะหายไปเช่นกัน พวกเขาจะไม่จำไม่ได้ว่าเจ้าเคยทำอะไรให้พวกเขาการเดินทางไปยังเมืองหลวงคือรางวัลที่น ฮั่นหนิงให้กับ โม่บ่อกี้ แต่ถ้าเขาทำอะไรผิดพลาด นางก็พร้อมจะริบคืนรางวัลนี้ และลงโทษเขาทันที นี่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน แต่เป็นความสัมพันธ์ของนายกับข้าทาส


โม่บ่อกี้ เติบโตมาในโลกปัจจุบัน เขาจึงไม่ยอมรับความสัมพันธ์ฉันท์นายกับข้าทาส ไม่ช้าก็เร็วเขาจะไปจากจาก ฮั่นหนิง ก่อนหน้านั้น เขาจะทุ่มเทความสามารถที่มีเพื่อ ฮั่นหนิง พระคุณของ ฮั่นเฉิงอัน อาจสร้างโดยไม่เจตนาและไม่ได้หวังผลตอบแทน แต่ถึงกระนั้น โม่บ่อกี้ก็ต้องตอบแทน

"ทำไมพวกเราไม่ตั้งกระโจม ในเมื่อเราจะต้องอยู่ที่นี่อีกสามวัน" ฮันหนิงพูดขณะที่นางเดินตาม เฉาเฮ้า และพวก เข้าไปในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง


"รอก่อน... " หลังจาก ฮั่นหนิงกับเช่าหลาน เข้าไปในโรงแรม โม่บ่อกี้และพวกอีกสองคนก็ถูกสั่งให้หยุด

        "
เฮ้ย แบบนี้หมายความว่าไง?" เผิงเหมาฮัว ทำหน้าไม่พอใจเมื่อถูกสั่งให้หยุด


โม่บ่อกี้ รู้จักคนที่ขวางทางอยู่นั่นคือ เฮ่อเฟิง หนึ่งในผู้ติดตามของ เฉาเฮ้า

       
ฮั่นหนิง จึงถามกับ เฉาเฮ้า ว่า "เฉาเฮ้า นี่ทันหมายความว่ายังไง?"


ก่อนที่ เฉาเฮ้า จะพูดอะไร พนักงานโรงเตี๊ยมก็ออกมาพูดว่า "ลูกค้าที่รักทางเรารู้สึกเสียใจจริงๆแต่ โรงเตี๊ยมยู่ไห่ ของเรามีห้องพักไม่พอ ห้องพักที่ว่างมีเพียงห้าห้องเท่านั้น ผู้ติดตามทั้งสามคนนี้ถ้าไม่พักทางด้านนอกก็ต้องพักที่ห้องเก็บของ"


ฮั่นหนิงกวาดสายตาไปที่ หยางจุ้นสง "หยางจุ้นสง เจ้าเป็นคนดูแลเรื่องจองที่พัก ทำไมคนในห้องของข้าจึงไม่ได้ห้องเหมือนกับคนอื่น เจ้ามัวทำอะไรอยู่ ไปหาห้องว่างสิ"
เฉาเฮา พูดว่า "เหอะ! มันเป็นไปไม่ได้หรอก หรือเจ้าจะให้พวกข้ากับคนของข้าที่มาถึงก่อน ต้องออกไปนอนข้างนอกแทนพวกเจ้า?"


หยางจุ้นสง ถึงกับทำตัวไม่ถูกเขาทั้งอึดอัดและอับอาย แล้วจึงพูดกับ เฉาเฮ้า ว่า "jานอ๋องน้อย พวกเราก็เป็นคนบ้านเดียวกันเดินทางมาด้วยกัน เหตุไฉนท่านจึงไม่ให้คนของท่านแบ่งที่พักให้พวกเราบ้าง"


เฉาเฮ้า วางแผนที่จะพูดมาก่อนอยู่แล้วจึงตอบไปว่า "จะทำยังไงได้ล่ะ ... ถึงข้าจะทำให้คนของข้าเบียดเสียดกัน แต่ก็มีที่พอสำหรับแค่สองคนเท่านั้น สำหรับคนที่ ... เข้มแข็งและกล้าหาญ ก็อยู่ข้างนอกไป"


ทุกคนรู้ว่า เฉาเฮ้า จงใจหาเรื่องกับ โม่บ่อกี้


ฮั่นหนิง เป็นอัจฉริยะที่ได้รับการสนับสนุนและถือได้ว่าเป็นผู้บ่มเพาะ แม้ว่านางจะไม่พอใจที่ โม่บ่อกี้ ทำผิดต่อ เฉาเฮ้า แต่นางก็ยังไม่ยอมเฉาเฮ้า เจ้าแน่ใจนะว่าจะทำแบบนี้"


ทุกคนรับรู้ได้ทันทีว่า ฮั่นหนิง กำลังจะระเบิดอารมณ์ออกมา โดยเฉพาะ เฉาเฮ้า  แต่ดูเหมือนเขาจะไม่แยแสอะไร ยังคงพูดต่ออย่างใจเย็นว่า "น้องหนิง ตระกูลของพวกเราก็มีความสัมพันธ์กันลึกซึ้ง ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่คิดพาเจ้าไปพบ ท่านลู่ปรมาจารย์อมตะ ข้าช่วยเจ้าโดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน เจ้าจะทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่พวกเราเพียงเพราะคนคนเดียวรึ"

หลังจากได้ยินคำพูดของ เฉาเฮ้า ฮั่นหนิง ก็สงบลงเหมือนลูกหนังที่โดนปล่อยลม ความโกรธเกรี้ยวของนางดับลงขณะที่นางยังคงนิ่งเงียบ


ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเธอก็หันไปหา โม่บ่อกี้ และพูดว่า "บ่อกี้มันอาจจะทำให้เจ้าต้องลำบากสักหน่อย แต่เจ้าคงต้องสร้างกระโจมและพักอยุ่ด้านนอก" พูดจบนางก็เบือนหน้าหนีไปและไม่ได้พูดอะไรอีก


โม่บ่อกี้ ยิ้มและไม่ได้ใส่ใจ ระหว่างทางไปเมืองหลวงเขาจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อช่วย ฮั่นหนิง เมื่อพวกเขาไปถึงเมืองหลวง เขาก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับนางอีก


บ่อกี้ รอเดี๋ยว... ข้าไปกับเจ้าด้วยติงบู้เอ้อรีบพูดขึ้น นอกจากนี้เขายังหันไปหา ฮั่นหนิง และพูดว่าคุณหนู ข้าขอไปพักร่วมกับ บ่อกี้


ตามแต่ใจเจ้าเถอะฮั่นหนิง ค่อยๆพูดประโยคนั้นออกมา และรีบเดินไปที่โรงเตี๊ยม

เหมาเผิงฮัว ลังลังเลเล็กน้อย แต่เขาเลือกที่จะเข้าไปพักในโรงเตี๊ยมกับ ฮั่นหนิง และคนอื่นๆ

หลังจากออกจากโรงเตี๊ยมแล้ว โม่บ่อกี้ ก็โอบไหล่ ติงบู้เอ้อ แล้วพูดว่า "บู้เอ้อ เจ้าได้นอนในห้องพักก็ดีแล้วจะมานอนกระโจมกับข้าให้ลำบากทำไม"


บู้เอ้อ หัวเราะบ่อกี้ เจ้าจำไม่ได้เหรอว่าทำไมข้าถึงได้เดินทางมาครั้งนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้ารึ ข้ามั่นใจว่าหลังจากเราได้ไปที่เมืองหลวง แล้วคุณหนู ได้รับเลือกโดยนิกายแล้ว ก็ไม่เหลืออะไรให้ข้าทำอีก คราวก่อนในป่าหมอกสายฟ้า ข้าเชื่อว่าเจ้าไม่ได้พบหญ้าอัคคีสองใบโดยบังเอิญ เพราะข้าไม่ได้ติดตามคุณหนู ข้าแค่ติดตามเจ้าเท่านั้น  ฉะนั้นอย่าบอกให้ข้ากลับไปที่ เฉิงตู เพราะข้ารู้ว่าเจ้าจะไม่กลับไปอีกเหมือนกัน"


"บู้เอ้อ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะมีอนาคตที่สดใสเเน่นอน  หากเจ้ายังเลือกที่จะติมตามข้าไป" โม่บ่อกี้พูดหยอกออกมา

โม่ชิงเหอ …” เสียงสดใสเสียงหนึ่งขัดจังหวะการพูดคุยของเขากับ บู้เอ้อ

        "โอ้ เป็นเจ้าจริงๆแม่นางเหวิน โชคดีเหลือเกินที่ได้พบกันที่นี่ เจ้ายังงดงามเหมือนเดิม แต่ข้าอยากขอให้ แม่นางเหวิน อย่าเรียกหาข้าโดยใช้ชื่อเดิมของข้าได้หรือไม่ ข้านั้นเปลี่ยนไปใช้ชื่อ โม่บ่อกี้ แล้ว" หลังจากออกจากเมือง ราวโจว แล้ว โม่บ่อกี้ รู้สึกเหมือนปลดภาระออกจากตัวเขา เขาไม่ต้องกังวลหรือกลัวคำพูดและการกระทำของเขาอีก เขาไม่ได้คาดหวังว่า เหวินหม่านซู่ จะมาที่เมืองหลวง  เหมือนฮั่นหนิง นางดูเหมือนจะเข้าร่วมในงานประตูอมตะช่วงฤดูใบไม้ผลิ


"อั๊ยหย๊า .. บ่อกี้ มันจะไม่ทันนะ ข้าว่าข้าควรจะไปหาทำเลตั้งกระโจมไว้ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนพวกเจ้าคุยกันไปก่อนนะ" ติงบูู้เอ้อ เห็น โม่บ่อกี้ และ เหวินหม่านซู่ พูดคุยกันดังนั้นเขาจึงหาข้ออ้างที่จะออกมา เขารู้เรื่องราวของ โม่บ่อ่กี้ และเรื่องลำบากใจระหว่าง โม่บ่อกี้ และ เหวินม่านซู่

"ขอโทษนะ ที่ข้าเผลอพูดออกมา" เหวินหม่านซู่ พูดออกมาด้วยความเสียใจ

นางมีข้อสงสัยมากมายในใจ นางมั่นใจว่านางเข้าใจ โม่บ่อกี้ มากกว่าใคร ๆ แต่ในสองครั้งสุดท้าย ที่นางนั้นได้พบกับ โม่บ่อกี้ นางรู้สึกเหมือนกับว่านางไม่รู้จักเขาอีกแล้ว นางเห็นว่า โม่บ่อกี้ เปลี่ยนไปอย่างมาก ในสหภาพแรงงานเฉิงตู  นางรู้สึกว่า บ่อกี้ เหมือนมีดที่เกาะเต็มไปด้วยแป้ง แต่ตอนนี้ โม่บ่อกี้ เหมือนมีดที่ใส่อยู่ในฝัก


"บ่อกี้ ... เราคุยกันได้ไหม?"เหวินหม่านซู่ พูดในความเป็นจริงนางต้องการคุยกับ โม่บ่อกี้ มานานมากแล้ว


นับตั้งแต่ โม่บ่อกี้ ได้สร้างยาเก้าชีพคืนชีวิต เขาต้องไปอยู่ที่ ตำหนักของเจ้าเมือง และไม่เคยออกมา นางพยายามหาวิธีที่จะพบกับเขา แต่นางก็ทำไม่สำเร็จ นางได้ยินจากบิดาของนางว่า โม่บ่อกี้ เเจกจ่ายสูตรยาเก้าชีพคืนชีวิตออกไปเพื่อปกป้องชีวิตตัวเอง


นางไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงเกิดกหารเปลี่ยนแปลงมากมายขนาดนี้กับ โม่ชิงเหอ หลังจากที่เปลี่ยนชื่อ?
โม่บ่อกี้ หัวเราะอย่างอ่อนโยน "หากผู้อาวุโสของเจ้า ไม่รังเกียจเราก็สามารถพูดคุยกันได้ตราบเท่าที่เจ้าต้องการ ..."

//////////////////////////////////////

ไก่ในตำนาน: ทำไมวันนี้ถึงแปลช้า!

แมวอ้วน : ก็ วันนี้ฝนตก ไหลลงที่หน้าต่าง เธอคิดถึงฉันบ้าง ไหมหนอเธอ
เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว สองเรายังได้เจอ เธอ ส่งยิ้มมา

ไก่ในตำนาน: "เจ้าเป็นคนกำเริบไม่รู้จักกาลเทศะวาจาพิกลพิการฟังไม่รู้ความจิตใจหยาบกระด้างไม่มีเมตตาข้าทาสบริวารไม่เอาการเอางานขี้คร้้านตัวเป็นขนดีแต่แต่งตัวนั่งชะม้อยชายตาหน้าขาวน่ารำคาญ"

แมวอ้วน : แหม่ ด่าซะเถียงไม่ทันเลย ตึ้งโป๊ะ!             


2 ความคิดเห็น:

  1. 5555555555555 น่ารักมาก ท่าน(เสพโลโซ)ไก่ในตำนาน กับท่าน(ออเจ้า)แมวอ้วน
    ขอบคุณมากนะคะ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ผู้อ่านชื่นชอบ ผู้แปลก็ดีใจ ครับ ขอบคุณครับ

      ลบ